จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ท่าโยคะ บำรุงสมอง กระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น!

  นอกจาก โยคะ จะเป็นอีกหนึ่งการบริหารกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ เสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับร่างกายของผู้เล่นแล้ว สาวๆรู้ไหมคะว่าเจ้า ท่าโยคะ ต่างๆยังมีส่วนช่วยระบบการทำงานภายในต่างๆของร่างกายเราได้อีกด้วยนะคะ อย่างเช่นวันนี้  จะพาสาวๆมารู้จักกับ 6 ท่าโยคะช่วย บำรุงสมอง กระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนโลหิตเพื่อไปบำรุงสมอง ถ้าอยากรู้แล้วว่า มีท่าไหนกันบ้าง ตามเราไปดูเลยค่า!
                                                                  



                                                              1.Cobra Pose


1.Cobra Pose
นอนคว่ำ วางฝ่ามือทั้งสองข้างแนบพื้น จากนั้นดันแขนเหยียดตรง ยกลำตัวและขาขึ้นจากพื้น ค้างไว้ 3 ลมหายใจเข้าออก แล้วกลับสู่ท่าเริ่ม
ทำซ้ำ 5 ครั้ง

2.Easy Pose
นั่งขัดตะหมาดหลังตรง วางฝ่ามือหงาย นำปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้สัมผัสกัน หลับตา หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ นับในใจ ปล่อยจิตใจให้วาง นั่ง 20 วินาที และลืมตา
3.Intense Forward Bending Pose
 ยืนตรง จากนั้นก้มตัวลงให้มากที่สุดจนรู้สึกตึงที่ต้นขา มือทั้งสองข้างแตะไว้ที่ด้านหลังข้อเท้า ค้างไว้ท่านี้ 3 ลมหายใจเข้าออก แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ กลับสู่ท่ายืนตรง
ทำซ้ำ 5 ครั้ง
4.Seated Forward Bending Pose
นั่งหลังตรง ขาซ้ายพาดไว้บนขาขวา มือทั้งสองข้างจับประสานกันไว้ที่ด้านหลัง โดยตั้งแขนขวา ยกศอกชี้ขึ้นด้านบน ทิ้งปลายมือไปด้านหลัง จากนั้น ยกแขนซ้ายไขว้ไปด้านหลัง มาจับมือขวาเอาไว้ ค้างไว้ 5 ลมหายใจเข้าออก แล้วสลับข้าง
5.Shoulder Stand Pose
นอนราบกับพื้น ชันเข่าขึ้น ใช้แขนและมือทั้งสองข้างประคอง ตั้งศอกและยกสะโพกขึ้นพร้อมยกขาตั้งตรงชี้ขึ้นฟ้า ทำค้างไว้ 5-10 วินาที และกลับสู่ท่านอนราบ แขนวางข้างลำตัว

6.Plough Pose
นอนหงายท่าศพ มือและแขนวางข้างลำตัว จากนั้นพยายามยกหลังขึ้น งอลำตัว ใช้ฝ่ามือดันพื้น พร้อมเหยียดขาทั้งสองข้างวางเหนือศีรษะ เข่าตึงปลายเท้ามาติดพื้นอีกด้านหนึ่ง นำมือมาประสานกัน ค้างไว้ 5-10 วินาที

เมนูไข่ต้ม คุมน้ำหนัก อาหารสุขภาพง่ายๆ กินแล้วไม่มีพุง!




 บอกเลยว่า ไข่ต้ม ถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ช่วย ลดน้ำหนัก ได้ดีสุดๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องแล้ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีมากๆ อีกด้วย  และการกินไข่ในมื้อเช้า ยังช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลดีอีกด้วยล่ะค่า
     แต่แน่นอนว่าการทานไข่มากๆ ก็มีผลเสีย ฉะนั้นจึงควรทานอย่างพอเหมาะ หรือเปลี่ยนเป็นการทานไข่ขาวมากกว่าไข่แดงก็จะดีกว่าค่ะ และสำหรับใครที่เบื่อเมนูไข่แบบเดิมๆ วันนี้เราก็มี 9 เมนูไข่ต้ม ที่ไม่ใช่เมนูไข่ต้มธรรมดาๆ มาให้ลองทำกัน! ใครกำลังลดน้ำหนักอยู่ จดสูตรกันไปด่วนๆ เลยจ้าา
                   

 1. ยำไข่ต้ม
ส่วนผสม
ไข่ต้มผ่าครึ่ง 2-3 ฟอง
น้ำปลา สูตรโซเดียมต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูซอย
หมูสับแบบไร้มันลวกสุก
ขึ้นช่าย
หอมใหญ่
วิธีทำ
1. ผสมน้ำปลา มะนาว น้ำตาลทราย และพริกขี้หนูให้เข้ากัน ใส่หอมใหญ่และขึ้นช่ายตามลงไป
2. ราดลงบนไข่ต้มที่ผ่าครึ่งแล้ว

2. แซนวิชไข่ต้ม
ส่วนผสม
ไข่ขาวต้ม 2 ฟอง
ไข่แดงต้ม 1 ฟอง
มายองเนสแบบไขมันต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมซอย
ขนมปังโฮลวีต
วิธีทำ
1. หั่นไข่ขาวเป็นชิ้นๆ พอดีคำ จากนั้นใส่ไข่ขาวและไข่แดงลงในชาม ตามด้วยมายองเนส
2. คนให้มายองเนสเข้ากับตัวไข่ พร้อมกับบี้ไข่แดงให้ละเอียด เสร็จแล้วใส่ต้นหอมซอย คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง
3. ตักไข่ต้มวางลงบนขนมปังโฮลวีต ปิดทับด้วยขนมปังอีกแผ่น แล้วหั่นให้เป็นแซนวิชสามเหลี่ยมพร้อมรับประทาน

3. สลัดไข่ต้ม
ส่วนผสม
ไข่ขาวต้มสุก 3 ฟอง
ไข่แดงต้มสุก 1 ฟอง
มันฝรั่งต้มหั่นชิ้น 1 ลูก
มายองเนสแบบไขมันต่ำ 3 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมซอย
วิธีทำ
1. หั่นไข่ขาวและมันฝรั่งเป็นชิ้นๆ พอดีคำ จากนั้นใส่ไข่ขาว มันฝรั่ง และไข่แดงลงในชาม ตามด้วยมายองเนส
2. คนให้มายองเนสเข้ากับตัวไข่ พร้อมกับบี้ไข่แดงให้ละเอียด เสร็จแล้วใส่ต้นหอมซอย คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง เป็นอันเสร็จ

4. สลัดผักไข่ต้ม
ส่วนผสม
กรีนโอ๊ค
เรดโอ๊ค
หอมใหญ่
ผักอื่นๆ ตามใจชอบ
ไข่ต้ม 2 ฟอง (เอาไข่แดงออก 1 ฟอง)
น้ำสลัดแบบไขมันต่ำ
วิธีทำ
1. ใส่ผักสลัดตามใจชอบทั้งหมดลงในชาม
2. หั่นไข่ต้มเป็นชิ้นๆ วางด้านบน ราดน้ำสลัดไขมันต่ำตามใจชอบ (ดูสูตรน้ำสลัดแบบไม่อ้วน ได้ที่ )

5. สลัดแตงกวาไข่ต้ม
ส่วนผสม
แตงกวาหั่น 2 ลูก
แฮมแบบไร้มัน 2 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ลูก
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ แบบ Low Fat 1 ถ้วย
วิธีทำ
1. หั่นแตงกวาแบ่งครึ่งแล้วซอยให้ได้ชิ้นพอดีคำ และหั่นแฮมขนาดตามใจชอบ
2. หั่นไข่ต้ม แล้วนำส่วนผสมมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ราดด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ พร้อมทาน!

6. สลัดทูน่าไข่ต้ม
ส่วนผสม
ทูน่าในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง
ไข่ขาวต้มผ่าครึ่ง 2 ฟอง สำหรับฐาน
ไข่ต้มหั่นชิ้นเล็ก 1 ฟอง สำหรับสลัด
มายองเนสแบบไขมันต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกหวานสีแดงหั่นเต๋า
พริกไทยเล็กน้อย
วิธีทำ
1. ใส่ทูน่า ไข่ต้มหั่นชิ้นเล็ก พริกหวาน และมายองเนสลงในชาม ปรุงรสด้วยพริกไทยเล็กน้อย จากนั้นคลุกให้เข้ากัน
2. ตักสลัดไข่ต้มทูน่าลงในหลุมไข่ขาวที่นำไข่แดงออกแล้ว เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

7. ไข่ต้มไส้ฟักทอง
ส่วนผสม
ฟักทองนึ่ง 5-6 ชิ้น
ทูน่าในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
ไข่ขาวต้มผ่าครึ่ง 2 ฟอง สำหรับฐาน
ไข่แดงต้ม 1 ฟอง สำหรับไส้
ผงปาปริก้า
วิธีทำ
1. บดฟักทองและไข่แดงให้ละเอียด ใส่ทูน่าลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ตักไส้ฟักทองใส่ลงในหลุมไข่ขาว โรยด้วยผงปาปริก้าเล็กน้อย พร้อมทาน!

8. ไข่ต้มไส้อะโวคาโด
ส่วนผสม
อะโวคาโดสุก 1 ลูก
กระเทียมสับละเอียด 3-4 กลีบ
หอมใหญ่สับละเอียด 1 หัวเล็ก
มะเขือเทศหั่นเต๋า 1 ลูก
มะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1/2 ช้อนชา
เกลือเล็กน้อย
ผักชี
ไข่ขาวต้มผ่าครึ่ง 2 ฟอง สำหรับฐาน
วิธีทำ
1. ผ่าอะโวคาโดเอาเม็ดออก โดยเฉาะมีดลงไปตามแนวตรงจนถึงเม็ดแข็งๆ จากนั้นหมุนมีดไปตามเข็มนาฬิกา บิดเล็กน้อยเท่านี้ก็สามารถเอาเม็ดออกได้ง่ายๆ แล้วค่ะ จากนั้นคว้านเนื้ออะโวคาโดออกใส่ชาม แล้วบดให้ละเอียด
2. ใส่ส่วนผสม เช่น กระเทียม หอมใหญ่ และมะเขือเทศ ตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปรุงรสด้วยมะนาว พริกไทย และเกลือ
3. ตักส่วนผสมใส่ลงในหลุมไข่ขาว ตกแต่งด้านบนด้วยผักชี แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่า หากส่วนผสมเหลือสามารถนำไปทานกับขนมปังโฮลวีตได้เช่นกัน!

9. แซนวิชอะโวคาโดไข่ต้ม
ส่วนผสม
ขนมปังโฮลวีต 2-3 แผ่น
อะโวคาโดสุก 1 ลูก
ไข่ต้ม 1 ฟอง
เมล็ดเจีย 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ผ่าอะโวคาโดเอาเม็ดออก คว้านเนื้ออะโวคาโดออกใส่ชาม แล้วบดให้ละเอียด
2. ทาอะโวคาโดลงบนขนมปังให้ทั่ว จากนั้นวางไข่ต้มผ่าครึ่ง หรือหั่นฝานบางๆ ลงไป 
3. โรยหน้าด้วยเมล็ดเจีย ก็พร้อมทานได้เลย!

วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560

ฟาสต์ฟู้ด..อาหารที่มีทั้งประโยชน์และโทษ!


ฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีทั้งประโยชน์และโทษ




ฟาสต์ฟู้ด ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารโปรดของใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ยังสะดวกรวดเร็วอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ฟาสต์ฟู้ดก็ได้ชื่อว่าเป็นอาหารขยะที่ทำลายสุขภาพมากที่สุดอย่างหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของอาหารฟาสต์ฟู้ดมาให้ลองอ่านกันแล้วคิดดูดี ๆ ว่าฟาสต์ฟู้ดมีประโยชน์หรือโทษมากกว่ากันแน่
1. ช่วยประหยัดเวลา
แน่นอนว่าเวลารีบ ๆ ฟาสต์ฟู้ดถือเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ของใครหลาย ๆ คน เพราะสะดวกทันใจแถมยังอร่อยสุด ๆ เหมาะกับการใช้ชีวิตที่รีบร้อนของสังคมสมัยนี้ เพราะแบบนี้หลายคนจึงเต็มใจจะโทรสั่งแฮมเบอร์เกอร์หรือพิซซ่ามานั่งกินไปทำงานไปที่โต๊ะกันเยอะแยะ
2. เลือกใส่เครื่องได้ตามใจชอบ
จุดเด่นของฟาสต์ฟู้ดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่เลือกใส่เครื่องได้ตามใจชอบนี่แหละ เช่น ถ้าคุณทำพิซซ่าทานเอง คุณอยากจะใส่เครื่องอะไรโรยหน้าก็ได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้น เดี๋ยวนี้ต่อให้ไม่ทำอาหารเองที่บ้าน บางร้านก็มีบริการให้คุณเลือกใส่เครื่องได้ตามใจชอบเช่นกัน
3. แบบที่มีประโยชน์กับร่างกายก็มีเช่นกัน
จากการที่ทุกวันนี้ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ก็เลยทำให้ร้านต่าง ๆ หันมาเพิ่มตัวเลือกในการทานฟาสต์ฟู้ดแบบเพื่อสุขภาพคอยเอาใจลูกค้ากลุ่มนี้ด้วย ซึ่งถ้าใครอยากดูแลตัวเองและอร่อยกับฟาสต์ฟู้ดด้วยในเวลาเดียวกัน ก็ควรเปลี่ยนมาเลือกใส่เครื่องปรุงที่ดีมีประโยชน์กับร่างกายของคุณมากขึ้น เช่น ใช้ขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังขาวจะดีกว่า
4. ราคาประหยัด
อาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่จะมีราคาถูกกว่าพวกอาหารทั่วไปอยู่แล้ว (บางประเภท) เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับคนที่ต้องการจะเก็บเงินเป็นพิเศษ และเพราะแบบนี้เองร้านฟาสต์ฟูดถึงมีคนต่อคิวอยู่เสมอเพื่อให้ได้กินอาหารที่ทั้งอร่อยทั้งประหยัด
5. สารอาหารไม่เพียงพอ
เป็นที่รู้กันดีว่าฟาสต์ฟู้ดน่ะไม่ได้มีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอกับที่คนเราต้องการในแต่ละมื้อ ดังนั้นการกินแต่ฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำก็จะทำให้คุณกลายเป็นคนขาดสารอาหารไปด้วย โดยเฉพาะสารอาหารประเภทวิตามิน ดังนั้นควรทานอาหารอื่นเช่น สลัดควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารครบถ้วนอยู่เสมอ
6. เป็นตัวการทำให้อ้วน
คนที่ต้องการจะลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรงดอาหารพวกนี้อย่างจริงจัง เพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่เต็มไปด้วยของที่ทำให้อ้วนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ชีส เนย หรือน้ำมันที่จะทำให้น้ำหนักของคุณพุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว รู้อย่างนี้แล้วใครที่อยากรักษาหุ่นก็อย่าลืมออกกำลังกายชุดใหญ่หลังทานมื้อหนักของคุณเข้าไปด้วยล่ะ
7. ทำให้ติดโดยไม่รู้ตัว
การทานอาหารฟาสต์ฟู้ดติดต่อกันเป็นประจำ จะทำให้คุณติดใจในรสชาติของอาหารประเภทนี้ จนขยาดที่จะกินผักหรือพวกน้ำสลัดไขมันต่ำไปโดยไม่รู้ตัว แถมความสะดวกสบายในการกินยังทำให้คุณเคยตัวจนไม่คิดจะขยับตัวเดินไปไหนอีกด้วย ซึ่งกว่าจะมารู้ทีหลัง สุขภาพของคุณอาจย่ำแย่ไปมากแล้วก็ได้
8. เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ
ถ้าคุณทานฟาสต์ฟู้ดมากเกินไป อาหารพวกนี้ก็จะกลายมาเป็นตัวทำลายสุขภาพของคุณได้ จากปริมาณไขมันและเครื่องเทศรสจัดต่าง ๆ ที่มากเกินเหตุ โดยโรคที่พบหลัก ๆ จากคนที่ทานฟาสต์ฟู้ดมากเกินไปนั้นก็ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคตับนั่นเอง
ทั้งนี้ อาหารทุกอย่างก็มีทั้งข้อดีข้อเสียทั้งนั้น หากทานในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นคุณควรทานแต่พอดีและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพของตัวเองจะดีกว่านะ

วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560

สุขภาพดีมีเคล็ดลับ

มีใครไหมที่อยากป่วย? เวลาคนเราป่วยทำอะไรก็ไม่สะดวกแถมยังมีเรื่องต้องใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากจะรู้สึกไม่ดีแล้ว จะไปทำงานหาเงิน หรือไปเรียนก็ไม่ได้ แม้แต่จะดูแลครอบครัวของตัวเองก็ทำไม่ได้ บางทีอาจถึงกับต้องหาใครสักคนมาดูแล ไม่เพียงเท่านั้นคุณอาจต้องจ่ายค่ายากับค่ารักษาที่แพงลิบลิ่วอีกด้วย
คงจะจริงอย่างที่เขาพูดกันว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ถึงแม้อาการป่วยบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่คุณทำได้เพื่อชะลออาการป่วยหรือถึงกับป้องกันบางโรคได้ เชิญมาดูเคล็ดลับ 5 ประการที่จะทำให้มีสุขภาพดี


1 สุขอนามัยที่ดี

อุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ดี
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐบอกว่า “หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ป่วยและแพร่เชื้อ” คือการล้างมือ จริง ๆ แล้วการเอามือที่เปื้อนเชื้อโรคไปถูจมูกหรือขยี้ตาจะทำให้คนเราติดหวัดหรือเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายที่สุด วิธีป้องกันเชื้อโรคที่ได้ผลคือต้องล้างมือบ่อย ๆ การมีสุขอนามัยที่ดียังช่วยควบคุมโรคร้ายแรงไม่ให้แพร่กระจายไปด้วย เช่น โรคปอดบวมและโรคท้องร่วงซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบมากกว่า 2 ล้านคนต้องตายทุก ๆ ปี แม้แต่โรคอีโบลาที่ร้ายแรงถึงตายก็สามารถลดการแพร่ระบาดได้ด้วยการล้างมือให้เป็นนิสัย
การล้างมือเป็นเรื่องสำคัญมากสามารถปกป้องสุขภาพของคุณและคนรอบข้างได้ คุณควรล้างมือโดยเฉพาะเมื่อทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้:
  • หลังจากเข้าห้องน้ำ
  • หลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กหรือพาเด็กเข้าห้องน้ำ
  • ก่อนและหลังทำแผล
  • ก่อนและหลังเยี่ยมหรืออยู่กับคนป่วย
  • ก่อนเตรียมอาหาร เสิร์ฟ และกินอาหาร
  • หลังไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก
  • หลังแตะต้องสัตว์หรืออุจจาระของมัน
  • หลังเอาขยะไปทิ้ง
อย่าคิดว่าคุณล้างมือดีอยู่แล้วเพราะจากผลงานวิจัยพบว่าผู้คนจำนวนมากเข้าห้องน้ำสาธารณะเสร็จแล้วไม่ได้ล้างมือทันทีหรือล้างมือไม่ถูกวิธี จะล้างมืออย่างไรให้ถูกวิธี?
  • ล้างมือจากน้ำก๊อกด้วยสบู่
  • เอามือถูกันจนเกิดฟอง อย่าลืมทำความสะอาดตรงเล็บ หัวแม่มือ หลังมือ และระหว่างนิ้ว
  • ถูมือไปมาอย่างน้อย 20 วินาที
  • ล้างด้วยน้ำก๊อกจนสะอาด
  • ใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดหรือกระดาษทิชชูเช็ดมือให้แห้ง
ขั้นตอนธรรมดา ๆ เหล่านี้สามารถป้องกันไม่ให้ป่วยและช่วยชีวิตผู้คนได้

 2 ใช้น้ำที่สะอาดปลอดภัย

น้ำสะอาด 1 แก้วกับมะนาว 1 ซีก
ในบางประเทศ เป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละบ้านจะมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ แต่ไม่ว่าที่ไหน ในโลกก็มีปัญหาเรื่องน้ำปนเปื้อนได้เสมอ เช่น เมื่อเกิดน้ำท่วม พายุใหญ่ ท่อแตก หรือสาเหตุอื่น ๆ ถ้าน้ำไม่ได้มาจากแหล่งที่ปลอดภัยหรือไม่ได้เก็บรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น พยาธิ อหิวาตกโรค ท้องร่วง ไทฟอยด์ ตับอักเสบ ทุก ๆ ปี การดื่มน้ำไม่สะอาดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้คนประมาณ 1,700 ล้านคนเป็นโรคท้องร่วง
มีอีกหลายอย่างที่คุณทำได้เพื่อชะลออาการป่วยหรือป้องกันบางโรคได้
อหิวาตกโรคเป็นโรคที่ติดกันง่ายถ้าดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ปนเปื้อนของเสียของผู้ป่วยโรคนี้ มีวิธีอะไรบ้างที่คุณจะป้องกันตัวเองหากเกิดภัยพิบัติหรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้น้ำปนเปื้อน?
  • ทำให้แน่ใจว่าน้ำที่คุณดื่ม รวมถึงน้ำที่ใช้แปรงฟัน ทำน้ำแข็ง ล้างวัตถุดิบและล้างถ้วยจาน หรือทำอาหารต้องมาจากแหล่งที่ปลอดภัย เช่น น้ำประปาที่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือน้ำดื่มที่ผลิตจากบริษัทที่เชื่อถือได้
  • ถ้าคิดว่าน้ำจากท่อที่คุณใช้เป็นน้ำที่อาจจะปนเปื้อนก็ให้ต้มน้ำก่อนใช้หรือใช้สารเคมีที่เหมาะสมเพื่อทำให้น้ำสะอาด
  • เมื่อใช้สารเคมี เช่น คลอรีน หรือ ยาเม็ดสำหรับฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ให้ทำตามขั้นตอนที่บอกไว้อย่างเคร่งครัด
  • ถ้ามีเงินพอและสามารถหาซื้อเครื่องกรองน้ำได้ก็ควรซื้อเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ
  • ถ้าไม่สามารถหาผลิตภัณฑ์ที่ทำให้น้ำสะอาดได้ ให้ใช้น้ำยาฟอกขาว 2 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นทิ้งไว้ 30 นาทีก่อนนำน้ำมาใช้
  • เก็บน้ำที่ฆ่าเชื้อแล้วไว้ในภาชนะที่สะอาดและปิดฝาไว้เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนซ้ำ
  • ภาชนะที่ใช้ตักน้ำอย่างเช่น ขันหรือกระบวย ต้องทำให้แน่ใจว่าสะอาด
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนจับภาชนะใส่น้ำดื่มและไม่จุ่มมือหรือนิ้วลงไปในน้ำ

 3 ระวังอาหารที่คุณกิน

ผักหลายอย่างที่ใช้ทำอาหาร
ถ้ากินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ก็ไม่มีทางที่จะมีสุขภาพดีได้ คุณต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างพอเหมาะ อาจต้องดูว่าคุณกินอาหารมากขนาดไหนและมีเกลือ ไขมัน น้ำตาลอยู่ในอาหารเท่าไร คุณควรกินผักและผลไม้ให้หลากหลายด้วย เมื่อคุณซื้อขนมปัง ซีเรียล เส้นพาสต้า หรือข้าวการดูส่วนผสมต่าง ๆ บนฉลากอาหารจะช่วยคุณให้เลือกอาหารแบบที่ไม่ผ่านการขัดสีได้ เพราะอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีจะมีสารอาหารและกากใยมากกว่าแบบที่ผ่านการขัดสีแล้ว สำหรับโปรตีน ควรกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง และถ้าเป็นได้ลองหันมากินเนื้อปลาสัก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ในบางประเทศ อาหารประเภทโปรตีนที่มาจากพืชหาได้ไม่ยาก
ถ้าคุณกินน้ำตาลและไขมันมากเกินไปก็อาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนได้ เพื่อลดความเสี่ยงให้กินน้ำเปล่าแทนน้ำที่มีรสหวาน กินผลไม้แทนขนมหวาน จำกัดการกินอาหารที่มีไขมันอย่างเช่น ไส้กรอก เนื้อ เนย นม เค้ก ชีส และคุกกี้ และเมื่อทำอาหารแทนที่จะใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวให้เลือกใช้น้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
การกินอาหารที่เค็มหรือใส่เกลือมากเกินไปจะทำให้ความดันโลหิตสูงซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าคุณมีปัญหานี้ ให้อ่านข้อมูลบนฉลากอาหารก่อนที่จะกิน และเมื่อปรุงอาหารให้ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศแทนเกลือ
ปริมาณ ของอาหารที่กินสำคัญพอ ๆ กับสิ่ง ที่คุณกิน ถึงแม้คุณมีความสุขกับการกิน แต่ก็ควรกินพอประมาณไม่มากเกินไป
อันตรายอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับอาหารก็คือเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร อาหารอาจเป็นอันตรายได้ถ้าขั้นตอนการเตรียมหรือการเก็บไม่ถูกวิธี ทุก ๆ ปี คนอเมริกัน 1 ใน 6 ป่วยเพราะอาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่แล้วไม่ถึงขั้นร้ายแรงแต่ก็มีบางคนที่ตายด้วย คุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องนี้?
  • ผักต่าง ๆ ที่ปลูกในดินอาจใช้ปุ๋ยคอก จึงควรล้างผักก่อนที่จะเอามาทำอาหาร
  • ล้างมือ เขียง จาน ภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในครัว และบริเวณที่ทำอาหารด้วยน้ำร้อนและน้ำยาล้างจานก่อนจะใช้เตรียมอาหาร
  • เพื่อไม่ให้อาหารปนเปื้อน อย่านำอาหารที่ทำเสร็จแล้ววางในจานหรือภาชนะที่ยังไม่ได้ล้างซึ่งใช้ใส่ไข่ดิบ เนื้อสัตว์ หรือปลาก่อนหน้านี้
  • ทำอาหารให้สุกและหากไม่ได้กินอาหารนั้นทันทีให้เก็บอาหารเข้าตู้เย็น
  • ควรทิ้งอาหารที่เสียได้ง่ายหลังจากวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานกว่า 2 ชั่วโมง หรือถ้าวางในอุณหภูมิเกิน 32 องศาเซลเซียสก็ไม่ควรวางอาหารไว้เกิน 1 ชั่วโมง

 4 ออกกำลังกายอยู่เสมอ

ลูกบอลกับรองเท้าคู่หนึ่ง
เพื่อจะมีรูปร่างดี ไม่ว่าจะอายุเท่าไรคุณต้องออกกำลังกายเป็นประจำ หลายคนในทุกวันนี้ออกกำลังกายไม่เพียงพอ ทำไมการออกกำลังกายจึงสำคัญ? เพราะจะช่วยให้คุณ:
  • หลับสบาย
  • ทำอะไรได้คล่องตัว
  • กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง
  • น้ำหนักตัวสมส่วน
  • ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า
  • ลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ถ้าคุณไม่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณมีแนวโน้มที่จะ:
  • เป็นโรคหัวใจ
  • เป็นโรคเบาหวานประเภท 2
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคเส้นเลือดสมอง
  • คอเลสเตอรอลสูง
การออกกำลังกายในแบบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับวัยและสุขภาพของคุณ ดังนั้น คงจะเป็นการดีที่จะปรึกษาหมอก่อนเริ่มออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ๆ คำแนะนำจากหลายแหล่งบอกว่า เด็กและวัยรุ่นควรออกกำลังกายอย่างหนักและปานกลางไม่ต่ำกว่า 60 นาทีทุกวัน ส่วนผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายปานกลาง 150 นาทีหรืออย่างหนัก 75 นาทีต่อสัปดาห์
คุณอาจเลือกกิจกรรมที่สนุก เช่น บาสเกตบอล เทนนิส ฟุตบอล เดินเร็ว ขี่จักรยาน ทำสวน ผ่าฟืน ว่ายน้ำ พายเรือแคนู วิ่ง หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกอื่น ๆ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการออกกำลังกายแบบไหนที่เรียกว่าหนักหรือปานกลาง? วิธีง่าย ๆ ก็คือการออกกำลังกายปานกลางจะทำให้คุณได้เหงื่อ ส่วนการออกกำลังกายอย่างหนักจะทำให้คุณเหนื่อยมากจนพูดแทบไม่ออก

 5 นอนหลับให้เพียงพอ

ห้องนอนเงียบและบรรยากาศผ่อนคลาย
แต่ละคนต้องการเวลานอนแตกต่างกัน ตามปกติแล้วเด็กทารกแรกเกิดต้องนอนวันละ 16 ถึง 18 ชั่วโมง เด็กวัยหัดเดินวันละ 14 ชั่วโมง เด็กวัยก่อนเข้าเรียนวันละ 11 หรือ 12 ชั่วโมง เด็กวัยเรียนควรนอนไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ชั่วโมง วัยรุ่นประมาณวันละ 9 หรือ 10 ชั่วโมง และผู้ใหญ่วันละ 7 ถึง 8 ชั่วโมง
การพักผ่อนให้เพียงพอไม่ใช่ทางเลือกที่จะทำก็ได้หรือไม่ทำก็ได้ พวกผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การนอนหลับให้เพียงพอสำคัญต่อ:
  • การเติบโตและพัฒนาการในเด็กและวัยรุ่น
  • การเรียนรู้และจดจำสิ่งใหม่ ๆ
  • การปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายที่มีผลต่อระบบการเผาผลาญและน้ำหนักตัว
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • ระบบภูมิคุ้มกัน
การนอนไม่พอทำให้เกิดโรคอ้วน โรคซึมเศร้า โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่น่าเศร้าได้ นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีที่เราจะต้องนอนหลับให้เพียงพอ
ดังนั้น คุณจะทำอย่างไรถ้านอนหลับไม่เพียงพอ?
  • ลองเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน
  • ห้องนอนต้องเงียบ มืด ผ่อนคลาย และไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
  • ไม่ดูทีวีหรือเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขณะอยู่บนเตียง
  • จัดที่นอนให้นอนสบาย
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อหนัก เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน
  • ถ้าคุณทำตามคำแนะนำเหล่านี้แล้วยังนอนไม่หลับหรือมีความผิดปกติเรื่องการนอน เช่น ง่วงนอนผิดปกติในตอนกลางวัน หรือหยุดหายใจขณะนอนหลับ คุณอาจต้องปรึกษาหมอที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ